pop shop » Discussions

โขก สับ 2009

 
  • ไช่ๆ ได้มาแล้วเหมือนกันฟุก
    นุ๊ง นิ๊ง เชียวล่ะ ^ ^/

    • noque said...
    • User
    • 9 Apr 2009, 18:45
    เราเคยคิดว่าเธอคงมาแนวเดียวกับ Lily Allen หรือกระแสนี้แบบที่ Katy Perry โผล่มา แต่เราคิดผิด เพราะลุกค์ของสาวออสซี่คนนี้ออกมาในแนวนั้น จนเราได้ฟังงานของเธออย่างจิงจัง

    เพลงของเธอเป็นพ๊อพหวานๆ ฟังสบายๆ เหมาะกับฤดูร้อนของสยามชาติในขณะนี้ที่ร้อนทั้งอากาศ และบรรยากาศภายใน

    แต่ฟังแล้วเราก้อพาลเห็นหน้าของ Kate Nash , Sandi Thom , Corrine Bailey Ray(ที่เสียงไม่ดีขนาดนั้น) ลอยเวียนวนอยู่ในทุกร่องเสียงเพลงของเธอ แม้ทั้ง 11 เพลงจะไม่โดดเด่นมากนัก แต่จังหวะเบาสบาย ช่วยให้อารมณ์เราผ่อนคลายได้เยอะ ไม่เชื่อลองชงกาแฟกลิ่นกรุ่นแล้วนั่งลงค่อยละเลียดจิบกาแฟพร้อมฟังเพลงของเธอไป เราเชื่อว่าคุณจะสบายใจมากขึ้น โดยเฉพาะครึ่งหลังของอัลบั่มที่บางเพลงมีทีเด็ดอยู่ที่ทำนองสดใส น่ารัก น่าชัง

    แน่นอนว่าอัลบั่มชุดนี้คงไม่ดังเปรี้ยงปร้างแต่น่าจะเป็นก้าวแรกให้เธอได้หาแนวทางที่เป็นของตนเองต่อไป เพราะเราเชื่อว่าดาราออสซี่ที่หันมาจับไมค์ มักไปได้ดีเสมอทั้งกับ Kyle Minogue , Natalie Imbrouglia และนี่คงจะเป็นจุดเริ่มต้นของ Lenka Kripac ด้วยเช่นเดียวกัน

    เราหวังเช่นนั้น ถ้าเธอไม่ถอดใจ หรือหยุดไว้เพียงเท่านี้เสียก่อน

    6/10

    i head over heels in MUSIC!!!

  • โหว แอบเชียร์อยู่เหมือนกันนะ ให้แค่หกเอง -*-
    ...

    ถ้าไม่ชอบกาแฟ คงไม่มีโอกาสได้รู้ว่าชุดนี้น่าฟังแค่ไหนอะดิ
    แย่จัง 555+

  • ^
    อื้อๆๆ เห็นพี่นกช๊อบ ชอบ ได้ หกเอง

    หนูลิลได้ตั้งแปด 5555
    :D

  • ลิลลี่ เค้ามีชั้นเชิงกว่านา lenka ยังเพิ่งเริ่มต้น แต่ก็น่าลุ้นนะ
    แต่ หัวหน้าอ่ะ เอนเอียงไปทางนู๋ลิลลี่ เป็นทุนเดิมอยู่แล้นอ่าสิ 555

    + I Love TRAVIS +
    • noque said...
    • User
    • 24 Apr 2009, 08:20
    อัลบั่มชุดที่ 3 ของ 4 หนุ่มสก๊อตแลนด์ ที่เคยมีเที่ยวภาคอีสานของไทย จนได้กลิ่นและสำเนียงติดตัวเอาไปใช้กับงานของพวกเขา อันเป็นที่มาของลีลาเซิ้งกระติ๊บที่ดังกระฉ่อนไปทั่วโลก

    กลับมาคราวนี้หลายคนบ่นว่าลีลาเซิ้งนั้นหายไป ที่จิงแล้วลองฟังแบบละเอียดแล้ว กีต้าร์สไตล์หมอลำซิ่งยังไม่ได้หายไปไหนเลย ที่ถูกลดทอนลงคงเป็นจังหวะจะโคนที่คึกคักน้อยหน่อย เหวี่ยงตัวเองได้น้อยลง แต่ก็ถูกทดแทนด้วยความมีระดับที่ดูดีเอามากๆ

    นี่คือพัฒนาการของพวกเขาจากวงบ้านไร่เข้ากรุง ตอนนี้ได้ซึมซับเอาวัฒนธรรมคนกรุงเข้าไป ทำงานตัวงานดูมีราศี มีราคาขึ้นเยอะ จากที่พวกเขาเคยทำให้แฟนๆเต้นกันหัวหกก้นขวิด ดิ้นกันเป็นหนอนเซิ้งกระติ๊บไม่ต่างไปจากโปงลางสะออน วันนี้พวกเขาทำฉีกตัวเองขึ้นมาเป็นวงมีคลาสอีก 2 เสต็ป ทำให้ไฮโซหันมามองได้เต็มตามากขึ้น ตอนนี้คุณจะสนุกกับพวกเขาได้โดยที่แอลกอฮอล์ในแก้วจะไปกระฉอก ขาของคุณจะไม่ขวิดอีกต่อไปเพราะคุณจะขยับเพียงเท้าที่ใช้เคาะไปตามจังหวะของเพลง

    แต่เราไม่ได้หมายความว่าเพลงในอัลบั่มจะลืมตัวเองไปไหน พวกเขายังคงใส่ลีลาเซิ้งที่พวกเราคุ้นเคยและหลงรักเพื่อให้โอกาสปฟนๆที่อยากเซิ้งได้เซิ้งกันต่อไป

    เราไม่เคยคิดว่าพวกเขาจะหนีตัวเองมาทางนี้ ซึ่งเป็นทางที่ดีเสียด้วย หลายเพลงทำให้เราคิดถึงวงจากยุค 80 มากมายทั้ง The House Martins , House Of Love , EMF , Aztec Camera หรือแม้กระทั้ง Hair Cut 100 , Prefab Spout และ Dixy's Midnight Runner

    ในขณะที่บางเพลงพวกเขาก็ลองของใหม่โดยการใส่ซินธ์ที่ให้ผลลัพธ์อย่างยอดเยี่ยม จนเราคิดว่านั่นเป็นของมาสเตอร์พีซของ Devo เลยทีเดียว

    นอกจากนี้ยังมีทีเด็ดอยู่ที่ cd2 อีกตะหาก ที่ไปจ้างใครที่ไหนมามิกซ์ได้เปรี้ยวเข็ดฟัน ยังกับว่าเราฟังงานรวมเพลงอิเลคโทรนิคส์จากวงไฮโฟลไฟร์อย่าง Daft Punk , Zoot Women , The Chemical Brothers , Utha Saint เลยทีเดียวเชียว

    บอกได้คำเดียวว่า Superb!!!

    9.5/10

    i head over heels in MUSIC!!!

  • โหววว
    ฟราน เฟอดินาน ได้เกือบเต็มสิบแหน่
    ต้องกลับไปตั้งใจฟังใหม่แล้วดิเนียะ ....

  • อื้อ เห็นด้วย
    ฟังแบบผ่านมากด้วยเค้าง่ะ
    :')

    • noque said...
    • User
    • 19 May 2009, 19:21
    สงสัยจะเข็ดกับการกำหนดวันวางจำหน่ายอัลบั่ม ทำให้ 2 ชุดหลังสุดของพวกเขาไม่บอกกล่าวใครๆทั้งสิ้น ออกมาให้เราได้ตกใจกันเล่น และจะได้ม่ะโดนคำครหาที่ว่า"4ever delayed" อีกต่อไป

    เราตั้งข้อสังเกตเล่นๆว่า ทุกๆ 2 อัลบั่มฮิตของพวกเขา จะถูกคั่นด้วยอัลบั้ม glam-punk 1 ชุด นับจากความสำเร็จของ Generation Terrorists มาถึง Gold Against The Soul มี The Holy Bible คั่นกลาง จากนั้น Everything Must Go ที่โด่งดังสุดๆตามมาด้วย This Is My Truth Tell Me Yours ก็ถูกคั่นอีกครั้งด้วย Know Your Enemy ก่อนที่จะมาถึงภาค 3 คือ Life Blood กับ Send Away The Tigers ที่มี Journal For Plague Lovers ตามออกมา ซึ่งต้องย้ำอีกทีว่า เราแค่คิดเล่นๆ

    The Holy Bible , Know Your Enemy และ Journal For Plague Lovers นอกจากจะติด glam-punk ชัดเจน ที่คล้ายกันอีกอย่างคือ เราได้กลิ่นกีต้าร์ของ Richey James Edward อยู่กรุ่นๆ แม้จะไม่ฟุ้งนักกับ Know Your Enemy ก้อเถอะ

    หลายๆคนบอกว่า นี่คือภาคต่อของ The Holy Bible เราไม่เถียง แต่เราคิดว่า นี่คือ The Holy Bible ที่อ่อนโยน สุขุม และยอมรับความเป็นจริงมากขึ้น ความเกรี้ยวกราดจาก The Holy Bible จางลงไปพร้อมกับวัยวุฒิของวง แต่อย่าไปท้าลุงๆแก เพราะแค่ bag lady เพลงเดียว เราก้อได้กลิ่น The Holy Bible ทั้งอัลบั่มแล้ว

    อย่างที่เราเคยบอกไปหลายครั้งว่า Richey แกด่าได้ทุกสิ่งอย่างทั้งที่เป็นคน และถึงแม้ไม่ใช่คน แกก็ไม่ละเว้น โดยเฉพาะคนที่อยู่บนฟ้าที่แกด่าได้ด่าดี แม้แต่ชุดนี้แกก็ตามมาด่า แต่สุดท้าย Richey ก็กลับมายอมรับว่า เค้าได้รู้ความจริงแล้ว และขอให้พระเจ้าอภัยให้เค้า ซึ่งเราหวังว่าคนบนฟ้าจะเฝ้ามอง และทำตามคำขอของเค้า ไม่อย่างนั้น Richey อาจจะขึ้นไปเล่น motorcycle emptiness ให้ท่านฟังก็ได้

    โดยรวมแล้ว Journal For Plague Lovers คือหนังสืออนุสรณ์เพื่อไว้อาลัยให้เพื่อนซี้ของพวกเขาทั้ง3 และมันอาจจะเป็นกุญแจในการปลดล๊อกความกดดันทั้งมวลที่ Richey ทิ้งไว้ให้เพื่อนของเขาได้ไปขบคิดและสร้างสรรค์ต่อจากสิ่งที่เขาได้คิดและวางแผนไว้ เพราะเพลงเหล่านี้ คือเพลงที่เพื่อนทั้งสามของ Richey ไม่กล้าหยิบมาใช้งาน มีเพียงแค่ไม่กี่เพลงที่ถูกนำไปใช้ใน Everything Must Go

    เราไม่อาจจะนำชุดนี้ไปเทียบกับความยอดเยี่ยม ความอาจหาญทั้งหลายทั้งมวลที่อัดแน่นอยู่ในอัลบั่มคลาสสิคที่ชื่อ The Holy Bible ได้ แต่เรากล้าบอกว่า นี่คืออัลบั่มสุดท้ายที่ Manic Street Preachers มีสมาชิกครบ 4 คน!!

    8/10

    i head over heels in MUSIC!!!


  • ^
    ฟุก ชอบจิงนะรูปนี้ ....^0^


    อยากจะบอกว่า น้อง ยังไม่ได้ฟังเลยฮะ ...
    พออ่านจบก็ เกิดกิเลส พิศดาร ปานนี้ 555

    อยากฟัง ว๊อยยส์

    • noque said...
    • User
    • 22 May 2009, 07:15
    The Matrix ไม่ใช่หนังไตรภาคอลังการณ์งานสร้าง ที่ใช้แนวคิดเซนเข้ามาวางโครงเรือ่งแต่อย่างใด แต่เป็นทีม Producer 2 หนุ่ม 1 สาว ที่เคยฝากผลงานไว้กับ Avril Lavigne, Christina Arguillera, Britney Spears, Busted รวมไปถึง Skye Sweetnam โดยเฉพาะกับชุดแรกของน้องวีนที่ดังถล่มโลก

    เราเคยบ่นถึงการที่น้องวีนไม่เลือกใช้งาน The Matrix ต่อในชุดที่สองว่า งานนี้มันจะรอดเหรอ ซึ่งเราคิดผิด และบางทีน้องวีนคงเห็นจุดอ่อนบางอย่างของทีมนี้ ถึงได้ถอนตัวออกมา

    มาวันนี้(ก็หลายเดือนแล้ว)ที่พวกเขาผลิตผลงานของตัวเองออกมา โดยไปลาก Katy Perry มาแหกปากให้ บวกกับอีกหนึ่งหนุ่มนาม Adam Longlands (ใครกันวะเนี่ย)

    จังหวะแรกที่เรามีโอกาสสัมผัส เราดีใจจนเนื้อเต้น ด้วยเพราะผลงานที่ทีมนี้เคยสร้างสรรค์ออกมาล้วนโดนใจเราทั้งสิ้น จนเราได้ฟังทั้งอัลบั่มถึงได้แปลกใจว่าฝีมือทั้งหลายที่ทำเพลง pop-punk โจ๊ะๆ โดนหูติดใจหายไปไหนหมด

    The Matrix เหมือนนักศึกษาที่เพิ่งเริ่มหัดทำเค้ก ทั้งที่ดูดีมีพรสวรรค์ อาจารย์หลายคนลงความเห็นว่าเก่งเข้าขั้นเป็นเชฟได้ แต่คราวนี้พวกเขาคงขอลองสูตรใหม่ที่ยังผสมไม่ลงตัวดี ทั้งการผสมแป้ง ตีไข่ การอบ รวมไปถึงการแต่งหน้าเค้ก

    โอเค มันไม่ได้แย่ไปทั้งหมดแต่ส่วนใหญ่มันดูขัดหูขัดตาขัดใจ บางทีดนตรีดี เนื้อเพลงและทำนองดันมาแปลกๆ พอเนื้อดี ดนตรีก้อลองของจนเปรอะไปหมด มีเพียงแค่ 2-3 เพลงที่เอาตัวรอดมาได้ และทั้ง2-3เพลงนั้นก้อเป็นเสียงของสาวแสบ Katy Perry เสียด้วย

    เราอาจจะจับผิดมากไปหน่อยรึป่าวไม่รู้ว่าพวกเขาใส่สำเนียงของศิลปินที่พวกเขาทำงานมาด้วยลงไปในทุกๆเพลงในชุดนี้ มันเลยเป็นผลให้มีความเป็นตัวตนน้อยไปนิด และรู้สึกว่างานของพวกเขาถูกบีบโดยกรอบที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้นมา

    อย่างเพลงแรก you miss me ที่เราก้อคิดเลยเถิดไปว่า Avril Lavigne ทำเพลงนี้หล่นไว้ในห้องอัดรึเปล่า พวกเขาถึงได้เอาเพลงนี้มาทำ สนับสนุนด้วยเสียงร้องของ Katy Perry เราเลยยิ่งคิดลึกเข้าไปอีก

    นี่อาจจะเป็นการลองผิดลองถูกที่มีคนให้การสนับสนุนค่อนข้างมาก และคงทำให้คนแฟนๆผิดหวังไม่น้อย รวมถึงเราด้วย... แต่เรายังสนับสนุนพวกเขาต่อไป ด้วยเชื่อว่าฝีมือที่พวกเขาเคยปั้นศิลปินเจ๋งๆจนดังมาหลายตัวแล้ว

    แค่เสียดายตรงที่น่าจะขัดให้ละเอียดกว่านี้ เรามั่นใจว่าถ้าทำได้ งานของพวกเขาไม่จำเป็นต้องพึ่งพาชื่อเสียงของสาวแสบคนนั้นแม้แต่น้อย บางทีพวกเขาอาจจะหันกลับมามองวัตถุดิบอย่าง Lauren Christy ของดีที่มีอยู่แล้วในทีมพวกเขาเอง

    5/10

    i head over heels in MUSIC!!!

    • noque said...
    • User
    • 13 Jun 2009, 04:57
    4 หนุ่มจากเลสเตอร์กลับมาอีกครั้งพร้อมกับไซคีเดอลิคในสไตล์ของ Oasis ที่ผนวกกับซาวนด์ของซินธ์อันทันสมัยนิดๆ ชวนให้นึกถึง The Music ด้วยเช่นกัน

    ดนตรีของพวกเขาไม่ได้ผิดแผกแตกต่างไปจากอัลบั่มแรกเท่าไหร่ ที่เพิ่มและเด่นชัดมากๆคือความแน่น ความเก๋าเกมส์และประสบการณ์

    พวก เขาคือวงนอก Manchester ที่ริอาจทำซาวนด์แบบ Madchester และ Baggy ซึ่งก็ทำได้ดีในระดับที่น่าพอใจกับ 2 ชุดที่ผ่านมา ในชุดนี้เพลงช้าน่าฟังขึ้นเป็นกอง ส่วนเพลงเร็วไม่ต้องห่วง พวกเขามีของดีอยู่ในตัวเหมือนเดิม

    แทบทุกเพลงทำให้เราคิดถึง Oasis ยุคกำลังจะเปลี่ยนแปลงที่ทดลองใส่ไซคีเดอลิคเข้าไป ถ้าเทียบกันแล้ว Kasabian ทำได้เนียนกว่าพี่น้อง Gallagher ในช่วงนั้น

    และอีกหลายๆ เพลง เราได้ยินบางอย่างที่ทำให้คิดถึง The Music ด้วยเหมือนกัน เนื่องด้วยทั้ง The Music และ Kasabian ต่างก็มีส่วนผสมของ Oasis อยู่ด้วยกันทั้งคู่ ต่างกันที่ส่วนผสมของ Kasabian เอียงไปทาง The Stone Roses มากกว่า

    NME บอกว่าซิงเกิ้ลแรกของวงคือ Vlad The Impaler คือ Club Foot เวอร์ชั่นที่ 15 แต่เราคิดว่า นี่คือเพลงนั้นในเวอร์ชั่นที่ 5

    ถ้า intemacy ของ Bloc Party คือกุญแจที่ไขไปสู่โลกที่ดนตรีอินดี้ร๊อค ผสมกับอิเลคโทรนิคได้อย่างแนบเนียนแล้วล่ะก็ The West Rider Pauper Lunatic Asylum ของ Kasabian คืออณาจักรแรกบนดินแดนแห่งนั้น แม้จะไม่ยิ่งใหญ่นักก็เถอะ

    ในช่วงที่ผ่านมาหลายปี วงBaggy และ Madchester กลับมารวมตัวกันเยอะแล้ว ทั้ง Happy Monday ที่กลับมาก่อนใครเพื่อนแต่ดันเงียบกริบ เราได้แต่คิดว่า The Stone Roses ที่เป็นหัวหอกของแนวนี้ที่มีข่าวลือออกมาเกือบปีว่าจะกลับมารวมกัน จะทำได้ดีกว่ารุ่นน้องที่ยึดถือพวกเขาเป็นแบบอย่างหรือเปล่า เพราะครั้งสุดท้ายที่ John Squire ทำเพลงมันแย่จนเราไม่คิดว่านี่คือ 1 ใน 4 มือกีต้าร์ที่ดีที่สุดในเกาะอังกฤษ

    เราได้แต่หวังว่า Ian Brown และเพื่อนในวงจะเป็นแรงกระตุ้นให้เขาสร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้คนฟังอีกสักครั้ง

    บางที Baggy และ Madchester ควรจะเกิดและดับที่ Manchester โดยวงจาก Manchester หรือควรจะให้มันไปคืนชีพที่ Leiseceter จริงๆ

    8/10

    i head over heels in MUSIC!!!

    • noque said...
    • User
    • 3 Jul 2009, 17:03



    คู่พี่น้อง Williams กลับมาอีกครั้งหลังจากทำตัวเงียบเชียบใน some city เพื่อยกมือให้แฟนๆเห็นว่าพวกเขายังอยู่ และอยู่ตรงนี้

    พวกเขากลับมาพร้อมสรรพเสียงที่สร้างมาอย่างดี ละเอียดละออทุกอณู ดูแลใส่ใจในทุกส่วน เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ไปซ้ำรอยด่างรอยเดิมใน some city และ รับประกันได้ว่าเพียงแค่อินโทรโผล่ขึ้นมา แฟนๆต้องจำพวกเขาได้แน่ๆ เพราะเพลงของพวกเขางดงาม สวยและสนุกได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเสียงร้อง

    และด้วยความใส่ใจบวกฟอร์มที่เข้าฝักพอดี ทำให้อัลบั่มนี้โดดเด่นทั้งบู๊และบุ๊นไปพร้อมๆกัน เพลงที่บู๊ก็บุกตลุยไปข้างหน้าใส่กันมันส์ตั้งแต่ต้น ผ่านจุดพีคไปจนจบเพลง ส่วนเพลงบุ๊นก้อแช่มช้า แต่งดงาม แถมยังแอบขโมยแพทเทิร์นเบสของ Franz Ferdinand มาใช้ในเพลง compulsion ให้ได้ฮากันพอหอมปากหอมคอ

    เราไม่อาจเปรียบเทียบพวกเขากับใครหน้าไหน เพราะเขามีเอกลักษณ์ที่ไม่น่าจะไปเปรียบกับใครได้ kingdom of rust ยืนอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง และต้องเรียกว่าเป็นอัลบั่มที่ท๊อปฟอร์มที่สุดของพวกเขาเลยทีเดียว

    บอกได้เลยว่าอัลบั่มชุดนี้คุณต้องมีติดไว้ใน "ตู้เพลงสามัญประจำบ้าน" เพราะมันคู่ควรกับคำว่า "หนึ่งในอัลบั่มยอดเยี่ยมแห่งปี" สาวก Doves และ Brit pop คงจะกระโดดโลดเต้นดีใจ

    9/10

    i head over heels in MUSIC!!!

    • noque said...
    • User
    • 3 Jul 2009, 17:16



    Luke Steele ผู้นำ The Sleepy Jackson หนีออกมาทำไซด์โปรเจค ที่ต้องใช้คำแบบแต๋วแตกว่า ดีเลิศ พริ้งเพริศอย่างรุนแรง

    ดรตรี disco, synth-pop แบบเดียวกับ Pet Shop Boys ที่บวกความหวาน และเสียงร้องแบบมนุษย์ที่ Pet Shop Boys ทำไม่ได้ ทำให้เราเคลิ้มหลงรักได้อย่างง่ายดาย ช่างเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด

    เสียงของ Luke Steele ฟังกี่ทีก็สมควรที่จะกลับไปเกิดในยุค 80 ไม่ว่าจะอัลบั่มนี้ หรือเพลงไหนๆของ The Sleepy Jackson ก็ตามที

    นอกจากหน้าปกที่ตั้งใจล้อเลียน Stars War แล้ว เราไม่แน่ใจว่าเนื้อในที่เป็นทำนองและดนตรียังตั้งใจล้อเลียน Pet Shop Boys และศิลปินยุค 80 ที่กลับมาเกิดใหม่ด้วยรึเปล่า นอกจากนั้นยังแอบทำเพลงตบหัว Hot Chip ให้ฟังเป็นขวัญหูอีกต่างหาก

    ในเมื่ออเมริกามี Gregg Alexander เป็นผู้เชียวชาญการหยิบจับซาวนด์จากยุค 80 มาใช้ในยุคนี้แล้ว ออสเตรเลียก้อมี Luke Steele เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างเห็นได้ชัด

    สรุปอารมณ์โดยรวมแล้ว นี่คืออัลบั่มที่เพลิดเพลิน สดใส ไอทะเลในวันหยุดยาว ใครจะชอบหรือไม่ก็แล้วแต่ สำหรับเรา walking on a dream ติดท๊อปไฟฟ์อัลบั่มที่เราหลงรักที่สุดของปี 2009 ไปเรียบร้อยแล้ว

    10/10

    i head over heels in MUSIC!!!

Anonymous users may not post messages. Please log in or create an account to post in the forums.